ReadyPlanet.com
dot dot
dot
สาระสุขภาพ
dot
bulletคำถามที่พบบ่อย
bulletโรคริดสีดวงทวาร(Hemorrhoids)
bulletการส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนบน
bulletก้อนที่เต้านม
bulletโรคกระเพาะ
bulletโรคลำไส้แปรปรวน ( IBS )
bulletโรคกรดไหลย้อน
bulletโรคอ้วน
bulletสมรรถภาพเพศชาย ( ED )
bulletทำหมันชาย
bulletโรคไส้เลื่อน
bulletโรคไส้ติ่ง
bulletเลิกบุหรี่
bulletเส้นเลือดขอด
bulletโรคฝีคันฑสูตร
bulletโรคไซนัส
bulletวัคซีน..เรื่องน่ารู้
bulletวัคซีนมะเร็งปากมดลูก
bulletซีสต์
bulletมะเร็งปากมดลูก
bulletโรคภูมิแพ้
dot
สุขภาพและความปลอดภัย
dot
bulletไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
bulletชิคุนกุนยา "ไวรัสสายพันธ์ใหม่แพร่จากยุงลาย"
bulletการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
bulletเตือนวัยรุ่นจัดฟันแฟชั่น-ลูกปัดเคลือบปรอท
bulletอาหารใช้น้ำมันทอดซ้ำ เสี่ยงมะเร็ง !
dot
Good food.....Good health
dot
bulletอาหารที่เหมาะสมกับแต่ละวัย
bullet9 วิธีกินดี เพื่อสุขภาพ
dot
รวมลิงค์
dot
bulletwww.blackle.com/
bulletwww.google.co.th
bulletwww.hotmail.com
bulletwww.yahoo.com
bulletwww.ruamphat-ts.com




โรคริดสีดวงทวาร(Hemorrhoids)

 

 

 

 

ลักษณะทั่วไป

        ริดสีดวงทวาร เป็นภาวะที่หลอดเลือดดำที่มีอยู่ตามธรรมชาติของคนทั่วไป ในบริเวณทวารหนักเกิดการปูดพองเป็นหัว เรียกว่า หัวริดสีดวง  แล้วมีการปริแตกของผนังหลอดเลือดขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ  ทำให้มีเลือดออกเป็นครั้งคราว อาจพบเป็นเพียงหัวเดียวหรือหลายหัวก็ได้
      - ถ้าเกิดจากหลอดเลือดดำที่อยู่ใต้ผิวหนังตรงปากทวารหนัก เรียกว่าริดสีดวงภายนอก (external hemorrhoid)ซึ่งอาจมองเห็นจากภายนอกได้
      - ถ้าเกิดจากหลอดเลือดที่อยู่ลึกเข้าไปเรียกว่า  ริดสีดวงภายใน(internal hemorrhoid)    ซึ่งจะตรวจพบเมื่อใช้เครื่องมือส่องทวารหนัก เป็นโรคที่พบได้บ่อย และพบเป็นสาเหตุอันดับแรก ๆ ของอาการถ่ายอุจจาระเป็นเลือดสด โดยทั่วไปจะไม่ค่อยมีอาการรุนแรง หรืออันตราย แต่อาจเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง น่ารำคาญ หรือทำให้วิตกกังวล โดยมากมักจะมีอาการเวลาท้องผูก หรือท้องเดินบ่อยครั้ง

        
       หลอดเลือดดำที่ใต้เยื่อเมือกและผิวหนังในบริเวณทวารหนัก มีการปูดพองเป็นหัว เนื่องจากมีภาวะความดันในหลอดเลือดดำสูงจากสาเหตุต่าง ๆ เช่นการเบ่งถ่ายอุจจาระ, ท้องผูก, การนั่งนาน ๆ, ภาวะตั้งครรภ์, น้ำหนักมาก ,การกินอาหารที่มีกากใยน้อย, ไอเรื้อรัง เป็นต้นนอกจากนี้ ยังอาจพบร่วมกับโรคในช่องท้อง เช่น ตับแข็งทำให้มีภาวะความดันในหลอดเลือดดำตับสูง ซึ่งส่งผลกระทบมาที่หลอดเลือดดำที่ทวารหนัก, ก้อนเนื้องอกในท้อง, มะเร็งลำไส้ใหญ่, ต่อมลูกหมากโต เป็นต้น
        เนื่องจากในบริเวณทวารหนักจะมีกลุ่มหลอดเลือดดำอยู่เป็นแนวยาวจากปากทวารต่อขึ้นไปในลำไส้ใหญ่ดังนั้นจึงมีโอกาสเกิดริดสีดวงทวารได้หลายแห่ง
 ( หลายหัว )
        
       อาการสำคัญก็คือการถ่ายอุจจาระออกมาเป็นเลือดสดๆทั้งนี้เนื่องจากการเบ่งถ่ายแรงๆ หัวริดสีดวงทวาร (กลุ่มหลอดเลือดดำขอด)  จะปริแตกออกอาการส่วนมากจะมีอาการเลือดออกทางทวารหนัก  เป็นเลือดแดงสด  เกิดขึ้นขณะถ่ายอุจจาระ อาจสังเกตมีเลือดเปื้อนกระดาษชำระ หรือปนมากับอุจจาระ หรือมีเลือดไหลออกเป็นหยดโดยไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างไร  บางคนอาจรู้สึกเจ็บที่ทวารหนัก และถ่ายอุจจาระลำบาก หรืออาจมีอาการคันก้น    ถ้าริดสีดวงอักเสบ หรือหลุดออกมาข้างนอก อาจทำให้รู้สึกปวดรุนแรง จนถึงกับนั่งยืน หรือเดินไม่สะดวก และคลำได้ก้อนเนื้อนุ่มๆ สีคล้ำๆ ที่ปากทวารหนัก ถ้ามีเลือดออกมากหรือเรื้อรัง อาจมีอาการซีดได้
        ในระยะแรกจะมีเพียงการถ่ายเป็นเลือดโดยที่ไม่มีอาการปวด แต่ในระยะหลังอาจมีอาการปวดมากขึ้นหรือมีก้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก้อนที่ออกมาแล้วดันกลับเข้าไปไม่ได้จะปวดมาก ถ้ามีเลือดออกนานๆอาจมีอาการของการขาดเลือด โลหิตจาง หน้ามืด เวียนศีรษะสำหรับริดสีดวงภายนอกมักมาด้วยอาการปวดมากกว่า มักไม่มีเลือดออกถ้าไม่มีริดสีดวงทวารหนักภายในร่วมด้วย
 

สิ่งตรวจพบ
       
       อาจคลำได้ก้อนเนื้อนุ่ม ๆ สีคล้ำ ๆ ที่ปากทวารหนักจากอาการของโรคและการตรวจร่างกายโดยการใช้นิ้วสอดเข้าไปในรูทวารหนัก และการส่องกล้องนอกจากนี้ถ้ามีอาการมากกว่า 1 สัปดาห์แพทย์จะทำการตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป

                                                         ข้อแนะนำ
       
        1.ริดสีดวงทวาร โดยตัวมันเอง ไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง (มีเพียงส่วนน้อยที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด)  แต่อาจเป็นเรื้อรังได้ ถึงแม้เคยผ่าตัดรักษามาแล้ว ก็อาจเกิดริดสีดวงหัวใหม่ ทำให้มีเลือดออก ได้อีก ผู้ที่เป็นโรคนี้ ควรระวังอย่าให้ท้องผูก หรือท้องเดินบ่อย ๆ
        2.มะเร็งของลำไส้ใหญ่ ก็อาจทำให้มีอาการของริดสีดวงทวารได้ ดังนั้น ถ้าพบว่ามีเลือดออก นานกว่า 1 สัปดาห์ หรือพบได้คนอายุมากกว่า 40 ปี ควรแนะนำไปตรวจที่โรงพยาบาลให้แน่ใจ
        3.อาการถ่ายอุจจาระเป็นเลือด อาจมีสาเหตุได้หลายอย่าง


 
การป้องกันการกลับเป็นซ้ำ
        
        1.ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
        2.รับประทานอาการที่มีกากใยสูงได้แก่ผักผลไม้ ข้าวกล้อง จะทำให้อุจจาระเป็นก้อนแต่นิ่ม ช่วยในการขยายตัวและนวดทวารหนักได้เป็นอย่างดี
        3.ฝึกการขับถ่ายให้เป็นเวลา ไม่เบ่งมากขณะขับถ่าย เนื่องจากการเบ่งมากจะทำให้เลือดคั่งบริเวณบริเวณ ทวารหนัก ทำให้เนื้อเยื่อปากทวารหนักบวมและยื่นออกมาได้
        4.ออกกำลังกายอยู่เสมอ
        5.นอนหลับผักผ่อนให้เพียงพอ
        6.หลีกเลี่ยงอาหารที่ระคายเคืองทางเดินอาหารเช่น อาหารรสจัด ชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์
        7.พยายามหลีกเลี่ยงการยกของหนักเกินกำลัง
        8.เมื่อมีอาการผิดปกติต่างๆ เกิดขึ้น เช่นมีเลือดออกหลังถ่าย มีก้อนออกจากทวารหนัก เจ็บรอบทวาร ควรรีบปรึกษาแพทย์

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่

ศูนย์ข้อมูลและรักษา
ริดสีดวงทวาร

คลินิกศัลยกรรมหมอสุรเชษฐ

ใส่ใจในสุขภาพคุณ

136/8 ( อาคารใต้โรงแรมตรัง ) ถ.วิเศษกุล  ต.ทับเที่ยง

 อ. เมือง  จ. ตรัง  92000

 

   โทร. 075-200024    

 

 

 

                                         โทร. 075-219805   

 

www.surachetclinic.com

 

 

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.