ReadyPlanet.com
dot dot
dot
สาระสุขภาพ
dot
bulletคำถามที่พบบ่อย
bulletโรคริดสีดวงทวาร(Hemorrhoids)
bulletการส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนบน
bulletก้อนที่เต้านม
bulletโรคกระเพาะ
bulletโรคลำไส้แปรปรวน ( IBS )
bulletโรคกรดไหลย้อน
bulletโรคอ้วน
bulletสมรรถภาพเพศชาย ( ED )
bulletทำหมันชาย
bulletโรคไส้เลื่อน
bulletโรคไส้ติ่ง
bulletเลิกบุหรี่
bulletเส้นเลือดขอด
bulletโรคฝีคันฑสูตร
bulletโรคไซนัส
bulletวัคซีน..เรื่องน่ารู้
bulletวัคซีนมะเร็งปากมดลูก
bulletซีสต์
bulletมะเร็งปากมดลูก
bulletโรคภูมิแพ้
dot
สุขภาพและความปลอดภัย
dot
bulletไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
bulletชิคุนกุนยา "ไวรัสสายพันธ์ใหม่แพร่จากยุงลาย"
bulletการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
bulletเตือนวัยรุ่นจัดฟันแฟชั่น-ลูกปัดเคลือบปรอท
bulletอาหารใช้น้ำมันทอดซ้ำ เสี่ยงมะเร็ง !
dot
Good food.....Good health
dot
bulletอาหารที่เหมาะสมกับแต่ละวัย
bullet9 วิธีกินดี เพื่อสุขภาพ
dot
รวมลิงค์
dot
bulletwww.blackle.com/
bulletwww.google.co.th
bulletwww.hotmail.com
bulletwww.yahoo.com
bulletwww.ruamphat-ts.com




โรคลำไส้แปรปรวน ( IBS )

                                              

 โรคลำไส้แปรปรวน หรือโรคประสาทลำไส้ หรือภาษาอังกฤษว่า IBS(  Irritable bowel syndrome ) เป็นโรคที่พบบ่อยมาก ประมาณกันว่า 20 % ของคนปกติน่าจะเคยมีอาการ และเป็นมากในผู้หญิง หลายคนคงเคยเป็นอาการปวดท้อง อืดเหมือนอาหารไม่ย่อยเวลาเครียด หรือเวลาประจำเดือน

โรคลำไส้แปรปรวน เป็นความผิดปกติที่พบได้บ่อย เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของลำไส้ใหญ่ โดยมีอาการส่วนใหญ่คือ ปวดเกร็งท้อง อืด บางทีถ่ายท้อง บางทีท้องผูก แพทย์หลายท่านจะแยกเป็นประเภทท้องเสีย และประเภทท้องผูก  โดยโรคนี้มักจะมีอาการที่ทำให้เกิดความรำคาญ หรือเป็นมากจนคิดว่าเป็นโรคหนัก แต่ถ้าเป็นโรคนี้ จะไม่มีภาวะที่ทำลายลำไส้อย่างถาวรหรือมะเร็ง หรือแม้กระทั่งเลือดออกอย่างที่เรากลัว เวลามีอาการขึ้น   

                หลาย ๆ ท่านสามารถจัดการโรคนี้ได้เอง โดยฝึกฝน รับประทานอาหารที่มีผลน้อยที่สุด และพยายามควบคุมความเครียด แต่ในบางคนเป็นมาก และก่อให้เกิดผลเสียต่อการทำงาน

สาเหตุของลำไส้แปรปรวน

ไม่ทราบแน่ชัด และไม่สามารถหาสาเหตุเดี่ยว ๆ ได้ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่สนับสนุนให้เกิดอาการขึ้น พบว่า คนที่เป็นโรคนี้ ลำไส้ใหญ่จะมีความไวกว่าปกติต่อสารต่าง ๆ และความเครียด (เวลาเครียด ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงที่อื่น เช่นชีพจร หัวใจ ลำไส้ก็เช่นกัน)บางท่านเชื่อว่า กลไกการป้องกันและฆ่าแบคทีเรียในลำไส้ ก็มีส่วน สรุปทฤษฎีได้ดังนี้

  • เกิดการเกร็งของลำไส้ใหญ่ หยุดเคลื่อนไหว และบีบตัวเป็นพัก ๆ
  • ในคนที่ท้องเสีย เชื่อว่าเกิดเพราะมีการเคลื่อนของกากอาหารที่มีน้ำเร็วเกินกว่าที่ลำไส้ใหญ่จะดูดน้ำกลับทัน ในขณะที่บางคน กลับกัน คือมีการเคลื่อนของกากอาหารช้าไป เกิดเป็นท้องผูกเนื่องจากมีการดูดน้ำกลับมากไป
  • ลำไส้ตอบสนองมากไปกว่าคนปกติ

การวิจัยบางอันชี้ให้เห็นถึงโรคบางอย่างที่ซ่อนอยู่ เช่น celiac disease โรคนี้เกิดจากที่ไม่สามารถย่อยสลายสารที่เรียกว่า gluten ที่มีอยู่ในข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย และโอ๊ต เกิดปัญหาถ้าได้รับอาหารที่มีสารเหล่านี้

อะไรทำให้โรคนี้เป็นมากขึ้น

  • อาหารมื้อใหญ่ ๆ
  • อาหารที่มีก๊าซมาก
  • ยาบางอย่าง
  • แป้ง ข้าวสาลี บาร์เลย ช็อคโกเเลต นมและอาหารจากนม แอลกอฮอล์
  • กาแฟ
  • ความเครียด
  • ฮอร์โมนเวลาเป็นประจำเดือน

อาการของโรคลำไส้แปรปรวน

อาการปวดท้อง ร่วมกับความผิดปกติของการย่อยอาหารเป็นอาการหลัก ซึ่งจะแปรผันในแต่ละคน ในบางคนมีอาการท้องผูก แต่บางคนกลับกัน คือท้องเสีย รู้สึกอยากถ่าย เข้าห้องน้ำแล้วเข้าอีก ในบางคนสลับกันคือ ท้องผูกสลับท้องเสีย บางคนมีอาการท้อง
อืดจากแก๊สในกระเพาะ หลาย ๆ คนจะปวดท้องอยากถ่าย แต่ปรากฏว่าไม่ออก พร้อมกับมี
แก๊ส และถ่ายเหลวเล็กน้อยออกมา
             จำไว้ว่า ถ้ามีเลือดออก น้ำหนักลด ไข้ ปวดท้องหรือต้องถ่ายกลางคืน ไม่ใช่อาการของโรคนี้ และต้องหาสาเหตุโดยด่วน
 

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยขึ้นอยู่กับประวัติ การตรวจร่างกายอย่างรอบคอบ ไม่มีการทดลองที่เฉพาะ แต่มีเพื่อการแยกโรคอื่นออกไป เช่น การตรวจอุจจาระ เอกซเรย์ หรือแม้กระทั่งการส่องกล้อง ดูในกระเพาะ ลำไส้ และลำไส้ใหญ่ เมื่อทุกจุด ไม่มีอะไรผิดปกติแล้วนั่นแหละ แพทย์จึงวินิจฉัยว่าลำไส้แปรปรวน

เกณฑ์การวินิจฉัยมาตรฐานของโรค

-    ปวดท้อง แน่นท้องอย่างน้อย 12 สัปดาห์ จากช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน
-    ปวดท้อง และมีอาการสองในสามของ
-    อาการดีขึ้นเมื่อถ่าย
-     เมื่อมีอาการทำให้ความถี่ของการถ่ายอุจจาระเปลี่ยนไป
-    เมื่อมีอาการ ทำให้ลักษณะของอุจจาระเปลี่ยนไป

การรักษา

ไม่มีการรักษาเฉพาะ และไม่รับประกันว่าจะหายขาด แต่มีการรักษาที่ทำให้อาการดีขึ้น เช่น ยาแก้อาการปวด การรับประทานกากใยเยอะ ๆ หรือแม้กระทั่งยาระบาย ถ้าท้องผูก ยาคลายกังวล ยาอื่น ๆ ที่เฉพาะมีดังนี้

  • Alosetron หรือ Lotronex ได้รับอนุมัติจากองค์การอาหารและยา ให้ใช้ในสตรีที่รักษาด้วยยาอื่น ๆ ไม่ได้ผล
  • Tegaserod maleate หรือ Zelnorm ใช้รักษาในระยะสั้น ในกรณีท้องผูก

ความเครียด เกี่ยวข้องกับอาการโรคนี้ เนื่องจากลำไส้ มีระบบประสาทมาเกี่ยวพันมาก ในบางคน เครียดแล้วจะมีปวดเกร็ง ดังนั้น จึงอาจจะต้องมีการรักษาเรื่องความเครียดด้วยวิธี

  • คลายเครียดโดยแพทย์ ยา หรือ การบำบัดอื่น ๆ
  • ออกกำลัง โยคะ
  • เปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม
  • พักผ่อนให้เพียงพอ






Copyright © 2010 All Rights Reserved.